<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-1818209221017894828</id><updated>2011-07-07T18:38:59.771-07:00</updated><title type='text'>musichang</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://musichang.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1818209221017894828/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://musichang.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>musichang</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02366450351798854705</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_akWj_HTHWPs/SdOp-97qizI/AAAAAAAAAAM/R3dtALdGefg/S220/IMG0994A.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>7</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1818209221017894828.post-2529169961268631211</id><published>2009-05-06T22:16:00.000-07:00</published><updated>2009-05-06T22:33:45.074-07:00</updated><title type='text'>Music Therapy</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_akWj_HTHWPs/SgJxmU4RHgI/AAAAAAAAADo/2q4jWMScKOk/s1600-h/Music_Brain.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5332949812013768194" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 226px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_akWj_HTHWPs/SgJxmU4RHgI/AAAAAAAAADo/2q4jWMScKOk/s320/Music_Brain.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;strong&gt;ความหมายของดนตรีเพื่อสุขภาพและบำบัด (Music Therapy)&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ดนตรีเพื่อสุขภาพและบำบัด หมายถึง การนำดนตรีและกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับดนตรีมาใช้ในการบำบัดรักษาผู้ป่วย ทั้งทางกาย และทางจิต เป็นวิธีการประยุกต์ดนตรีไปใช้ในการบำบัดและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วยให้อยู่ในสภาวะปกติ ดนตรีบำบัดเป็นศาสตร์การแพทย์ทางเลือกอีกวิธีหนึ่งที่ปัจจุบันมีผู้หันมาให้ความสนใจกันมาก ซึ่งความจริงการนำดนตรีมาใช้ในการบำบัดรักษา เป็นวิธีที่มนุษย์ใช้มานานแล้ว ซึ่งอยู่ในรูปแบบของพิธีกรรม และความเชื่อ(นันธิดา จันทรางศุ) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ดนตรีมีผลต่อสุขภาพอย่างไร?&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;คนเราเมื่อได้ยินเสียงดนตรี สมองซีกซ้ายจะทำหน้าที่รับรู้ถึงจังหวะง่ายๆไม่ซับซ้อน ในขณะที่สมองซีกขวาจะรับรู้ถึงท่วงทำนอง ระดับเสียงสูงต่ำ หรือจังหวะที่ซับซ้อนมากขึ้นแล้วเก็บไว้เป็นความทรงจำเพื่อเรียนรู้และฝึกฝนได้ในคราวต่อไป ดนตรีจะส่งผลต่อร่างกายและจิตใจดังนี้การเต้นของชีพจร ความดันและการไหลเวียนโลหิต การตอบสนองของม่านตา ความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ลดความเจ็บปวด &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;strong&gt;ผลต่อจิตใจและอารมณ์ :&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ทำให้เกิดอารมณ์และจินตนาการร่วมกับเสียงดนตรี เช่น ผ่อนคลาย สดชื่น สนุกสนาน เพราะดนตรีช่วยกระตุ้นการหลั่งสารแห่งความสุข (Endorphin) จากสมองได้ นอกจากนี้เสียงดนตรียังช่วยพัฒนาการสื่อภาษาและทักษะในการเรียนรู้ที่ดีขึ้น ตลอดจนทำให้เกิดสมาธิ และการมองโลกในเชิงบวกอีกด้วย โดยดนตรีแต่ละประเภทก็จะมีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไปตามองค์ประกอบของดนตรีขึ้นกับ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;น่าสนใจครับจากข้อความที่ว่า "การนำ&lt;u&gt;ดนตรีมาใช้ในการบำบัดรักษา&lt;/u&gt; เป็นวิธีที่มนุษย์ใช้มานานแล้ว ซึ่งอยู่&lt;u&gt;ในรูปแบบของพิธีกรรม และความเชื่อ&lt;/u&gt;"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;แสดงให้เห็นว่า&lt;br /&gt;ดนตรีบำบัดในทางการแพทย์มีความสัมพันธ์กับศาสตร์ทางด้านมานุษยดุริยางควิทยาและจิตวิทยา&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ครั้งนี้นำความหมายของดนตรีบำบัดมาอธิบายก่อน โอกาสหน้าจะเจาะลึกแตกประเด็นออกไปอีกครับ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;อ้างอิง&lt;br /&gt;บทความจาก:&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;&lt;a href="http://dekdontrithai.spaces.live.com/"&gt;http://dekdontrithai.spaces.live.com&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://bord.palungjit.com/"&gt;http://bord.palungjit.com&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;รูปภาพจาก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bord.palungjit.com/"&gt;http://bord.palungjit.com&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1818209221017894828-2529169961268631211?l=musichang.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://musichang.blogspot.com/feeds/2529169961268631211/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://musichang.blogspot.com/2009/05/music-therapy.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1818209221017894828/posts/default/2529169961268631211'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1818209221017894828/posts/default/2529169961268631211'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://musichang.blogspot.com/2009/05/music-therapy.html' title='Music Therapy'/><author><name>musichang</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02366450351798854705</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_akWj_HTHWPs/SdOp-97qizI/AAAAAAAAAAM/R3dtALdGefg/S220/IMG0994A.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_akWj_HTHWPs/SgJxmU4RHgI/AAAAAAAAADo/2q4jWMScKOk/s72-c/Music_Brain.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1818209221017894828.post-5156000509832371488</id><published>2009-04-21T05:44:00.001-07:00</published><updated>2009-09-21T09:22:16.974-07:00</updated><title type='text'>โหมโรงเทิด ส.ธ.</title><content type='html'>&lt;p align="center"&gt;โหมโรงเทิด ส.ธ.&lt;/p&gt;&lt;p align="right"&gt;&lt;br /&gt;นายมนตรี  ตราโมท&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;               ในศุภดิถีมหามงคลสมัย  ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  ทรงมีพระชนมายุครบ ๓ รอบบริบูรณ์  ณ วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๔๓  กรมศิลปากรกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด  ได้มอบให้ข้าพเจ้าแต่งเพลงโหมโรง  ชื่อเพลง  เทิด ส.ธ.  เพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อม  ถวายในพระราชวโรกาสนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้าพเจ้าก็คิดว่าจะนำเพลงอัตรา ๒ ชั้นของเก่ามาแต่งขยายขึ้น  ตามแบบที่โบราณจารย์ท่านได้กระทำมา  แต่ในวโรกาสอันสำคัญและชื่อเพลงบ่งถึงการเทิดพระนามาภิไธยเช่นนี้  เพลง ๒ ชั้นที่จะนำมาแต่งขยาย  ควรจะเป็นเพลงที่มีคุณสมบัติและศักดิ์ศรีที่เหมาะสม  จึงได้นึกถึงเพลงเก่าคู่หนึ่ง  ชื่อเพลงเชิญเหนือและเชิญใต้  เพลงคู่นี้ ภายหลังครูผู้ทรงคุณวุฒิในสมัยโบราณได้นำมาปรับเข้ากับหน้าทับตะโพนกลองแบบเพลงตระ  เรียกว่าเพลงตระเชิญ  บรรเลงต่อกันทั้ง ๒ เพลง  อันการบรรเลงเพลงตระที่ใช้เป็นหน้าพาทย์  เช่น เพลงตระนิมิต  ตระนอน  ตระสันนิบาต  ฯลฯ  จะต้องบรรเลงซ้ำ ๒ เที่ยว  แต่การบรรเลงเพลงตระเชิญ  บรรเลงเที่ยวเดียว  ไม่ต้องบรรเลงซ้ำ ๒ เที่ยว  เพราะว่าเพลงตระเชิญบรรเลงตามเพลงเชิญเหนือถือเป็นเที่ยวหนึ่ง  และบรรเลงตามเพลงเชิญใต้  ซึ่งถือเป็นการบรรเลงซ้ำอีกเที่ยวหนึ่ง  จึงไม่ต้องบรรเลงซ้ำ  หรือกลับต้นอีกครั้ง  เหมือนเพลงตระอื่น ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้าพเจ้าได้นำเพลงเชิญเหนือกับเชิญได้  หรือเพลงตระเชิญนี้มาแต่งขยายขึ้นเป็นอัตรา ๓ ชั้น และนำเพลงสังข์น้อยจากเพลงเรื่องทำขวัญหรือเวียนเทียนมาขยายขึ้นเป็นเพลงต่อท้ายตามแบบแผนโหมโรงเสภาโบราณ  ซึ่งเพลงตระเชิญและเพลงสังข์น้อยเป็นเพลงอันสูงศักดิ์  เป็นเพลงสิริมงคลทั้งคู่  เหมาะกับกรณีนี้เป็นอย่างยิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การแต่งเพลงนี้  ข้าพเจ้าพยายามที่จะให้มีทางต่าง ๆ  ทั้งทางพื้น ทางกรอ และลูกขัดระคนกัน  โดยเริ่มต้นแต่งที่บ้านพักบริเวณพระราชวังไกลกังวล  หัวหิน  ไปสำเร็จลงที่พุเตย  จังหวัดกาญจนบุรี  กลับมาตรวจทานที่บ้านจังหวัดนนทบุรีอีกครั้ง&lt;br /&gt;หมายเหตุ: คัดลองจากโน้ตเพลงไทยเล่ม ๒ พร้อมด้วยคำอธิบาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="http://www.ziddu.com/download/4397616/TerdSirintorn.doc.html"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1818209221017894828-5156000509832371488?l=musichang.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://musichang.blogspot.com/feeds/5156000509832371488/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://musichang.blogspot.com/2009/04/blog-post_21.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1818209221017894828/posts/default/5156000509832371488'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1818209221017894828/posts/default/5156000509832371488'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://musichang.blogspot.com/2009/04/blog-post_21.html' title='โหมโรงเทิด ส.ธ.'/><author><name>musichang</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02366450351798854705</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_akWj_HTHWPs/SdOp-97qizI/AAAAAAAAAAM/R3dtALdGefg/S220/IMG0994A.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1818209221017894828.post-9212654768015997991</id><published>2009-04-03T10:38:00.000-07:00</published><updated>2009-04-03T11:04:24.153-07:00</updated><title type='text'>นกเขาขะแมร์ ตั้งแต่เริ่มจีบ จนนัวเนีย</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;"&gt;&lt;strong&gt;เพลง นกเขาขะแมร์ เถา&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;"&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;คำบรรยายประกอบเพลง&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพลงนกเขาขะแมร์เป็นเพลงเถา ในท่วงทำนองมีการเลียนเสียงการขันของนกโดยเฉพาะท่อนที่ 2 สามชั้น&lt;br /&gt;เพลงนกเขาขะแมร์ อัตรา สองชั้นของเก่า ประเภทน้าทับสองไม้ มีสองท่อน ท่อนละแปดจังหวะ เป็นเพลงเขมรแท้ ๆ ในท่วงทำนองมีการเลียนเสียงการขันของนกโดยเฉพาะที่ท่อนสอง 3 ชั้น ได้เพลงมาเมื่อครั้งการเดินทางตามเสด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปเวียดนามและกัมพูชาเมื่อพุทธศักราช 2473 ต่อมาเมื่อ พุทธศักราช 2476 หลวงประดิษฐไพเราะขณะเป็นหัวหน้าแผนกดุริยางค์ไทยของกรมศิลปากร ได้นำเพลงนี้มาปรับปรุงทางใหม่ให้ครบเป็นเพลงเถา ต่อให้นางเจริญใจ สุนทรวาทิน ร้องส่ง กระจายเสียงเป็นครั้งแรกที่สถานีวิทยุวังพญาไท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;จินตนาการที่เกิดจากการฟังเพลง&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ลักษณะการตวัดเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของสำเนียงลาวมาใส่ในสำเนียงเขมรที่มีการวนย้ำและละมุนละไม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;"&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;----/----/-ดรม/-ซ-ล/-ดํ--/-ดํ-ซ/ลซมซ/ลดํ-ล/&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;ช่วงของสามชั้นเป็นการเริ่มเปิดตัวของนกทั้งสองตัว นกทั้งสองตัวเริ่มทำความรู้จักกันโดยที่ตัวผู้กำลังจีบตัวเมียอย่างที่ตัวเมียยังไม่รู้ตัว ลักษณะทำนองฟังสบาย ๆ(เนิบ ๆ) และผมสมไปด้วยความหวาน&lt;br /&gt;บอกถึงลักษณะการหยอกล้อกันของนกสองตัว ระหว่างตัวผู้กับตัวเมีย โดยใช้ความแตกต่างของช่วงเสียงและสีสันของเครื่องดนตรีแทนตัวผู้และตัวเมีย ยังใช้กระสวน(rhythm) เดียวกันแสดงถึงการล้อเลียนหยอกล้อ &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;----/--ดํล/--ดํล/--ดํล/--ดํล/ซลดํม/--รม/ซลซล/&lt;br /&gt;----/--รํดํ/--รํดํ/--รํดํ/--ลซ/มซลดํ/-มซล/ดํลซม/&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;ลักษณะสำนวนการม้วนพันของทำนองที่มักจะพบในส่วนท้ายของวรรครับในช่วงสามชั้นและสองชั้น แสดงถึงการเง้างอนของหนุ่มสาวที่จีบกัน ในเพลงหมายถึงนกสองตัวกำลังเกี้ยวพาราสีกัน โดยที่ตัวเมียมีลักษณะท่าทีตามจริตของเพศเมีย(เพศหญิง)(เรียกร้องความสนใจ) ทำงอนใส่ตัวผู้เพื่อต้องการตามให้มาง้อ &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;-ร-ม/-ซ-ล/ทลรํท/-ล-ซ/&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;ในส่วนของชั้นเดียวจะเป็นลักษณะของการเหลื่อมอันเนื่องมาจากกระบวนการประพันธ์ซึ่งมีช่วงทำนองให้ตกแต่งได้น้อย เป็นการตามติดตัวเมียของตัวผู้(ไปไหนไปด้วย) แต่ตัวเมียยังมีท่าที&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;----/--ดํล/--ดํล/--ดํม/--ซม/รมซด/-มซล/ดํลซม/&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;ลูกหมด ความเร็ว(tempo)เพิ่มขึ้นมาจากชั้นเดียว เป็นการต่อเนื่องจากอารมณ์ในส่วนของชั้นเดียว การเหลื่อมเพียงสามตัวโน้ตเปรียบการบินพันกันของนก เป็นการกอดรัดกันนัวเนีย แสดงการตกลงใจของตัวเมีย&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;----/รมซล/ดํรํดํล/-ซ-ม/-มซล/ดํซ-ล/ซลดํรํ/มํดํ-รํ/&lt;br /&gt;--มํรํ/ดํลดํซ/--ดํล/ซมซร/-รมซ/-มซล/-ซลดํ/-ลดํรํ/&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;strong&gt;โหลดเพลงนกเขาขะแมร์ เถา&lt;/strong&gt; &lt;a href="http://www.ziddu.com/download/4139236/nokaokamairmahoree.mp3.html"&gt;มโหรี&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://www.ziddu.com/download/4139237/nokaokamairorchestra.mp3.html"&gt;ขลุ่ย+ออร์เคสตรา&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1818209221017894828-9212654768015997991?l=musichang.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://musichang.blogspot.com/feeds/9212654768015997991/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://musichang.blogspot.com/2009/04/blog-post_03.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1818209221017894828/posts/default/9212654768015997991'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1818209221017894828/posts/default/9212654768015997991'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://musichang.blogspot.com/2009/04/blog-post_03.html' title='นกเขาขะแมร์ ตั้งแต่เริ่มจีบ จนนัวเนีย'/><author><name>musichang</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02366450351798854705</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_akWj_HTHWPs/SdOp-97qizI/AAAAAAAAAAM/R3dtALdGefg/S220/IMG0994A.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1818209221017894828.post-2521362719052005838</id><published>2009-04-01T23:49:00.001-07:00</published><updated>2009-04-02T00:06:19.044-07:00</updated><title type='text'>ปราชญ์ควรคู่กับกู่ฉิน</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ปราชญ์&lt;/span&gt;ควรคู่กับกู่ฉิน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5319984842671882690" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 160px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_akWj_HTHWPs/SdRiByXrgcI/AAAAAAAAABg/d8tXx5Wzobo/s320/guchin.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ที่มา : &lt;/span&gt;&lt;a href="http://board.palungjit.com/showthread.php?t=139408"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;http://board.palungjit.com&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;“...วิชาดนตรีนั้นเป็นวิชาของปราชญ์ ไม่ใช่เรื่องของคนเต้นกินรำกินอย่างที่เคยเข้าใจกัน...”  นี่เป็นบทความตอนหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง Season chang ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับดนตรีสากล  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ไม่ว่าประเทศใด ๆ ปราชญ์ทั้งหลายก็ได้ให้ความสำคัญกับดนตรีทั้งทางประเทศตะวันตกและทางประเทศตะวันออก อย่างเช่น ไพธากอรัส นักปรัชญาและนัdคณิตศาสตร์ชาวกรีก ผู้วางรากฐานทฤษฎีดนตรีตะวันตก อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ผู้คิดค้นพลังงานนิวเคลียร์ และนักsolo violin ขงเบ้ง ยอดกุนซือของเล่าปี่ และพระบาทสมเด็จพระเลิศหล้านภาลัย ผู้ทรงพระราชนิพนธ์เพลงบุหลันลอยเลื่อนจากความฝัน เป็นต้น &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;กู่ฉินคือพิณจีนเจ็ดสาย ซึ่งสืบทอดประวัติอันยาวนานของมันมาตั้งแต่สมัยจีนดึกดำบรรพ์และปัจจุบันถูกกล่าวถึงในฐานะราชาแห่งเครื่องดนตรีจีนนสมัยชุนชิวเลียดก๊ก กู่ฉินเป็นเครื่องดนตรีชั้นสูงที่นิยมเล่นกันในหมู่นักปราชญ์ราชบัณฑิต ถึงกับมีคำกล่าวไว้ว่า “ขวามือตำรา ซ้ายมือกู่ฉิน” เพราะศิลปะในการดีดกู่ฉินนั้นมีความลุ่มลึกละเอียดอ่อน ยากแก่การฝึกฝน โดยเฉพาะการดีดให้เกิดสุนทรียะ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;คุณสมบัติของเสียงกู่ฉินคือ&lt;br /&gt;สูงต่ำผันแปรไม่สิ้นสุด ขึ้นสูงแล้วมุดลงต่ำ&lt;br /&gt;ย้อนซ้ำกลับไปสูง พลิ้วไหวและสั่นคลอน&lt;br /&gt;เสียดสีแข็งกระด้าง แผ่วเบาอ่อนโยน&lt;br /&gt;หยาบคายก็ได้สุภาพก็ได้ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;นับเป็นเครื่องดนตรีที่มหัศจรรย์ยิ่งและเป็นภูมิปัญญาของคนโบราณ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ตั้งแต่โบราณกาลมากู่ฉินเป็นถือเป็นเครื่องมือพัฒนาจิตใจของนักปราชญ์ โดยเฉพาะในยุคของขงจื้อขึ้นไป ขงจื้อก็สอนกู่ฉินแก่ลูกศิษย์เช่นกัน เสียงกู่ฉินทำให้จิตใจบริสุทธิ์ และเบาบาง กู่ฉินเป็นเครื่องดนตรีที่แฝงไปด้วยปรัชญาแทบทั้งสิ้น จะเห็นได้จากส่วนประกอบของตัวเครื่องดนตรีก็มีความหมาย คนโบราณคิดค้นกู่ฉินโดยการนำลักษณะของมนุษย์กับหงส์มาผสมกัน คือมี หัว ตา คอ ไหล่ เอว หาง และเท้า นอกจากนี้ยังได้นำ ฟ้า ดิน และสรรพสิ่งมาประสานลงบนกู่ฉิน วิธีทำกู่ฉินเป็นการนำไม้ 2 ชิ้นมาประกอบกัน ไม้ชิ้นบนจะมีลักษณะโค้งเป็นสัญลักษณ์ของ “ฟ้า หรือหยาง” ไม้ชิ้นล่างมีลักษณะเรียบแบนเป็นสัญลักษณ์ของ “แผ่นดินหรือ หยิน” ไม้ชิ้นล่างจะมีช่องเสียง 2 ช่อง ช่องใหญ่เรียกว่า “สระมังกร” ช่องเล็กเรียกว่า “สระหงส์” กู่ฉินหัวจะกว้างหางจะแคบ แบ่งออกเป็น 4 ส่วน เปรียบดัง “ฤดูกาลทั้งสี่ของปี” กู่ฉินมี 13 ฮุย (ตำแหน่งสำหรับกดสาย) เปรียบดัง “เดือนทั้ง 12 กับเดือนอธิกสุรทิน” ความยาวของกู่ฉินคือ 3 ฉือ 6 ชุ่น 5 เฟิน (ประมาณ 125 ซ.ม.) เปรียบดัง “365 วันในรอบปี” กว้าง 6 ชุ่น (ประมาณ 20 ซ.ม.) เปรียบดัง “ทิศ ทั้งหก” หนา 2 ชุ่น (ประมาณ 6 ซ.ม.) เปรียบดัง “หยินและหยาง”&lt;br /&gt;กู่ฉินเป็นเครื่องดนตรีที่ขึงสายดีดเช่นเดียวกับกู่เจิง แต่ต่างกันตรงที่กู่ฉินเป็นเครื่องดนตรีขนาดเล็กมีเพียง 5 สาย หรือ 7 สาย และไม่มีหย่อง (Fret) หนุนรองรับสายไว้ทุกสายเหมือนกู่เจิง &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;สายกู่ฉินมีชื่อเรียกเฉพาะต่างกันไปตั้งแต่สายบนสุดมายังสายล่างสุด&lt;br /&gt;1. สายหนึ่ง เรียกว่า เทียนจวิน หรือ เทียน คือสายจักรพรรดิ สายนี้แทนฟ้า เสียงให้ ทุ้มต่ำ ดีดเพียงครั้งเดียวก็จะสั่นสะเทือนทั้งตัวฉิน&lt;br /&gt;2. สายสอง เรียกว่า ตี้เฉิน หรือ ตี้ คือ ขุนนาง สายนี้แทนดิน มีสำเนียงทุ้มลึก หนักแน่นมั่นคง เดชของเสียงเป็นรองเพียงแค่สายฟ้า&lt;br /&gt;3. สายสาม เรียกว่า เหริน คือ สายมนุษย์ เดิมทีสายนี้เป็นสายกลาง มีเสียงที่พอดี ๆ มีเนื้อมีหนัง&lt;br /&gt;4. สายสี่ เรียกว่า ซื่อร์ คือ สายกิจการเอาเรื่องราวทั้งปวง มีเสียงสูงพอเหมาะ&lt;br /&gt;5. สายห้า เรียกว่า อู้ คือ สายสรรพสิ่ง เดิมทีเป็นสายสุดท้าย มีสำเนียงสูงโดด&lt;br /&gt;6. สายหก เรียกว่า เหวิน คือ สายภูมิปัญญา กล่าวกันได้เพิ่มขึ้นโดยกษัตริย์พระองค์หนึ่งเติมสายนี้ขึ้นมาในการเล่นไว้อาลัยให้กับโอรสของพระองค์ จึงมีสำเนียงที่วิเวกวังเวง และเศร้าสร้อย&lt;br /&gt;7. สายเจ็ด เรียกว่า อู่ คือ สายฤทธิ์เดช ได้เพิ่มขึ้นหลังจากสายหกไม่นาน สำเนียงสูงมากจนเสียดแทง แต่แฝงไปด้วยความงดงามกังวาน แสดงถึงการศึก หลังจากสมัยของขงจื้อแล้ว กู่ฉินก็ได้เปลี่ยนแปลงจากเครื่องมือพัฒนาจิตใจกลายเป็นเครื่องดนตรีในยุคต่อมา หลังจากนั้นดนตรีก็ได้มีการกำหมดแบบแผนอย่างเด่นชัดในสมัยราชวงศ์ซ่ง ทำให้กู่ฉินก็ถูกตั้งมาตรฐานไปด้วย และได้เกิดการบันทึกโน้ตอย่างจริงจัง แต่อย่างไรก็ตาม กู่ฉินก็ยังคงไม่มีมาตรฐานใดมากำหนดได้ ปัจจุบันกู่ฉิน ก็ได้เข้าไปสู้ระบบวิทยาลัยทำให้เจตนารมณ์ดั้งเดิมของคนโบราณเปลี่ยนไป เพราะใช้หลักทฤษฎีดนตรีสากลมาเป็นมาตรฐาน และก็กลายเป็นแค่เครื่องดนตรีธรรมดาๆไปก็เท่านั้น &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;กู่ฉินนับได้ว่าเป็นเครื่องดนตรีอีกเครื่องหนึ่งที่ทรงไปด้วยคุณค่า และความหมายแฝงมากมาย เต็มไปด้วยปรัชญาความรู้ การเข้าถึงทางสุนทรีย์ก็ยากยิ่งต้องเป็นผู้มีความรู้เท่านั้นถึงจะรับความสุนทรีย์ จึงเหมาะสำหรับเป็นเครื่องดนตรีสำหรับนักปราชญ์โดยแท้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้างอิง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;ณรุทธ์ สุทธจิตต์. สังคีตนิยม ความซาบซึ้งในดนตรีตะวันตก. กรุงเทพฯ. ด่านสุทธาการพิมพ์ จำกัด,&lt;br /&gt;2546&lt;br /&gt;สุกรี เจริญสุข. ดนตรีเพื่อพัฒนาศักยภาพสมอง. นครปฐม. วิทยาลัยดุริยางค์ดุริยางคศิลป์&lt;br /&gt;มหาวิทยาลัยมหิดล, 2550&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.thaikids.com/kujeng/kujeng.htm"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;http://www.thaikids.com/kujeng/kujeng.htm&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.jin4u.com/index.php?option=com_content&amp;amp;task=view&amp;amp;id=91&amp;amp;Itemid=45"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;http://www.jin4u.com/index.php?option=com_content&amp;amp;task=view&amp;amp;id=91&amp;amp;Itemid=45&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;http://okls.net/column002.html&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://board.palungjit.com/showthread.php?t=139408"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;http://board.palungjit.com/showthread.php?t=139408&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.thaisamkok.com/"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;http://www.thaisamkok.com/&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.palungjit_com.htm/"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;http://www.palungjit_com.htm/&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1818209221017894828-2521362719052005838?l=musichang.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://musichang.blogspot.com/feeds/2521362719052005838/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://musichang.blogspot.com/2009/04/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1818209221017894828/posts/default/2521362719052005838'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1818209221017894828/posts/default/2521362719052005838'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://musichang.blogspot.com/2009/04/blog-post.html' title='ปราชญ์ควรคู่กับกู่ฉิน'/><author><name>musichang</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02366450351798854705</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_akWj_HTHWPs/SdOp-97qizI/AAAAAAAAAAM/R3dtALdGefg/S220/IMG0994A.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_akWj_HTHWPs/SdRiByXrgcI/AAAAAAAAABg/d8tXx5Wzobo/s72-c/guchin.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1818209221017894828.post-7475706859239831892</id><published>2009-04-01T18:44:00.000-07:00</published><updated>2009-04-03T00:57:56.691-07:00</updated><title type='text'>สุนทรียะ - การเข้าถึงบทเพลง ตามแนวคิดของจอห์น ดิวอี้</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;"&gt;&lt;strong&gt;สุนทรียะ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจัยที่ทำให้รับรู้ถึงความสุนทรีย์ของจอห์น ดิวอี้ ประกอบไปด้วย ประสบการณ์ ภูมิรู้ และสิ่งแวดล้อม&lt;br /&gt;ผู้เขียนได้แบ่งปัจจัยที่ทำให้รับรู้ถึงความสุนทรีย์ โดยได้แบ่งจากที่มาของปัจจัยออกเป็น 2 หัวข้อใหญ่ ๆ คือ จากงานของศาสตร์นั้น ๆ และจากการดำเนินชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;จากงานของศาสตร์นั้น ๆ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1. ประสบการณ์&lt;/strong&gt; ในการสัมผัสกับงานที่แสดงถึงความสุนทรีย์&lt;br /&gt;ประสบการณ์ที่ได้จากการฟังดนตรี สามารถแยกได้เป็น 2 กระบวนการ คือ กระบวนการเชิงปริมาณ และการบวนการเชิงคุณภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1.1 กระบวนการเชิงปริมาณ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เป็นสิ่งที่ได้จากการฟังเพลงในเชิงปริมาณ ได้แก่ การฟังเพลงเพื่อสังเกตลักษณะต่าง ๆ ของเพลง เช่น ต้องการรู้เรื่องรูปแบบของเพลง การประสานเสียง การใช้ความดังค่อย การใช้สีสันของเครื่องดนตรี เป็นต้น การฟังเพลงในลักษณะนี้ผู้ฟังมิได้ใช้ความรู้สึกเป็นพื้นฐาน เป็นการฟังที่ต้องการเอาข้อมูลจากบทเพลงเพื่อศึกษาหรือประเมินบทเพลงนั้น ๆ และสามารถอธิบายได้อย่างเป็นรูปธรรม การฟังในลักษณะนี้ผู้เขียนเรียกว่า “การฟังในเชิงประจักษ์”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1.2 กระบวนการเชิงคุณภาพ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ประสบการณ์ที่ได้จากการฟังเชิงคุณภาพ ได้แก่ การที่ผู้ฟังมีความตั้งใจที่จะฟังเพลงนั้น ด้วยความรู้สึก การฟังลักษณะนี้เป็นการฟังที่ผู้นั้นรับดนตรีเข้าไปในความรู้สึกแล้วตอบสนองตามเสียงดนตรีทีได้ยินในขณะนั้น ซึ่งผู้ฟังจะรับรู้ได้ถึงความงดงามของดนตรี ทำให้เกิดความรู้สึกถึงสุนทรียรสในดนตรีขึ้น ประสบการณ์รับรู้เช่นนี้เรียกว่า สุนทรียประสบการณ์ การฟังในลักษณะนี้ผู้เขียนเรียกว่า “การฟังในเชิงสุนทรีย์”&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;2. ภูมิรู้&lt;/strong&gt; (ความรู้) ในศาสตร์ที่แสดงความสุนทรีย์ออกมา เช่น ซาบซึ้งในดนตรีต้องมีความรู้ด้านดนตรี ซาบซึ้งในงานศิลปะต้องมีความรู้ด้านงานศิลปะ เป็นต้น&lt;br /&gt;การที่ผู้ฟังมีอารมณ์ไปตามบทเพลงนั้นอาจจะมีการรับรู้และความเข้าใจที่ยังไม่ถึงสุนทรียรสของดนตรีก็ได้ เพราะยังขาดพื้นฐานความเข้าใจในโครงสร้างของรูปแบบ และเนื้อหาของดนตรี ซึ่งต่างจากความซาบซึ้งที่เกิดขึ้นได้โดยผู้นั้นสามารถสัมผัสกับสุนทรียรสของดนตรีได้แล้ว&lt;br /&gt;การมีความรู้ทางด้านดนตรีอย่างถูกต้องจะทำให้เราเข้าใจในลักษณะเฉพาะของดนตรี รู้ในหน้าที่ ท่วงทำของ เอกลักษณ์ในส่วนต่าง ๆ ของดนตรีว่า ส่วนไหนบ่งบอกถึงอะไร จึงทำให้เข้าถึงสุนทรียรสของดนตรีได้มากว่าผู้ที่ไม่มีความรู้ทางด้านดนตรี&lt;br /&gt;การฟังเพลงในเชิงปริมาณ จะได้ความรู้ในระดับหนึ่ง แต่จะไม่ได้ถึงแก่นแท้กับผู้ที่ศึกษาดนตรีอย่างจริงจัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;จากการดำเนินชีวิต&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;3. สิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt; การที่เราจะรับรู้ในงานนั้นได้ เราจะต้องถูกปลูกฝัง เติบโตมากับสิ่งนั้น เกิดความผูกพัน และประสบการณ์จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แล้วมีความเกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่แสดงถึงความสุนทรีย์ จนทำให้เกิดจินตนาการดื่มด่ำกับรสของงานได้ดั่งสัมผัสกับของจริง เช่นการจิตนาการถึงลำธารเมื่อได้ฟังการบรรเลงในลักษณะเสียงน้ำไหล การจินตนาการถึงเสียงสัตว์ป่าที่กรูกันวิ่งเมื่อเครื่องดนตรีเล่นอย่างอึกทึกคึกโครม ฟังดนตรีแล้วเศร้าเพราะนึกเหตุการณ์ที่น่าเศร้าในอดีตแต่ก็ยังอยากฟัง ก็ยังเป็นความสุนทรีย์ เรียกว่า บันเทิงในความเศร้า&lt;br /&gt;เพลงที่มีเนื้อร้องจะบรรยายถึงสิ่งต่าง ๆ ไปตามเพลงจะทำให้สามารถผู้ฟังรับรู้ในสิ่งต่าง ๆได้อย่างง่าย แต่หากไม่ใช่เพลงที่มีเนื้อร้องแล้ว สิ่งที่จะช่วยให้นึกถึงภาพต่าง ๆ ประกอบกับดนตรีก็คือ ชื่อเพลง หรือคำอธิบายของผู้ประพันธ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สรุป&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประสบการณ์ ภูมิรู้ และสิ่งแวดล้อม จะทำให้เกิดความเข้าใจในศาสตร์ที่แสดงความสุนทรีย์ สิ่งที่ตามมาก็คือ การรับรู้ถึงความสุนทรีย์&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;"&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;"&gt;&lt;strong&gt;ตัวอย่างการรับรู้ทางสุนทรีย์ของผู้เขียน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;"&gt;&lt;strong&gt;เงื่อนไขตามปัจจัย&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;"&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1. ประสบการณ์&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1.1 กระบวนการเชิงปริมาณ&lt;/strong&gt; ชอบฟังดนตรีคลาสสิก ฟังเพลงก่อนนอนเป็นประจำ ฟังแล้ว&lt;br /&gt;มักจะชอบแยกเสียงดนตรีต่าง ๆ แล้วจับประเด็นแต่ละเสียง &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1.2 กระบวนการเชิงคุณภาพ&lt;/strong&gt; N/A (อยู่ในช่วงเวลาที่ฟังเพลง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;2. ภูมิรู้&lt;/strong&gt; (ความรู้) เรียนวิชาที่เกี่ยวกับดนตรีสากล 5 วิชา &lt;/p&gt;&lt;p&gt;วิชาประวัติและทฤษฎีดนตรีสากล&lt;br /&gt;วิชาความซาบซึ้งในดนตรี&lt;br /&gt;วิชาดนตรีสากลวิจักข์&lt;br /&gt;วิชาทฤษฎีดนตรีสากล&lt;br /&gt;วิชาคีย์บอร์ดพื้นฐาน&lt;br /&gt;เคยเป็นสมาชิกวงโยธวาทิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;3. สิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt; อาศัยอยู่ที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ บ้านห่างจากส่วนราชการ (ตลาด) หนึ่ง กิโลเมตร มีแม่น้ำป่าสักไหลผ่านตัวอำเภอ ถัดจากบ้านไปอีกข้าง หนึ่งกิโลเมตร มีชลประทานคู่ขนานกับไม่น้ำป่าสัก เกษตรกรได้อาศัยแหล่งน้ำจากชลประทานทำการเกษตร จังหวัดเพชรบูรณ์รายล้อมไปด้วยเทือกเขาซึ่งเปรียบเสมือนกำแพงที่กั้นเขตแดนของจังหวัด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;"&gt;&lt;strong&gt;เพลง The Moldau&lt;/strong&gt; (แม่น้ำโมลดาว) By Smetana&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="font-family:Trebuchet MS;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;"&gt;&lt;strong&gt;คำบรรยายประกอบเพลง &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;ลำธารน้อยสองสายไหลผ่านแนวผืนป่าในดินแดนโบโฮเมีย สายหนึ่งมีน้ำที่อบอุ่นไหลเชี่ยว อีกสายหนึ่งมีน้ำเย็นและไหลเอื่อย ๆ ลำธารทั้งสองสายไหลมาบรรจบกัน ท่ามกลางแสงตะวันอันเจิดจ้าของยามเช้า ในที่สุดท้ายนี้น้ำได้กลายมาเป็นแม่น้ำโมดาว ความแรงของกระแสน้ำเพิ่มขึ้นเมื่อไหลผ่านช่องเขาดินแดนโบฮิเมีย กลายเป็นแม่น้ำที่เต็มไปด้วยกระแสแห่งพลัง เมื่อแม่น้ำไหลผ่านป่ารกชัฏ เสียงเป่าแตรจากการล่าสัตว์ได้ยินใกล้เข้ามาทุกขณะ โมลดาวไหลผ่านทุ้งหญ้าสีเขียวมรกตอันงดงาม มุ่งสู่ที่ราบสูงอันอบอุ่น ณ ที่นี้เสียงแห่งความสนุกสนานของเหล่าชาวบ้านในการเฉลิมฉลองงานวิวาห์ ทั้งเสียงร้องเพลง และการเต้นรำดังอยู่ได้มิขาด&lt;br /&gt;ในค่ำคืนนั้นเองแสงระยิบระยับจากผิวน้ำ ดูลึกลับ แต่ไม่ช้าเหล่าภูตน้ำออกมาสนุกสนานกัน สานน้ำไหลผ่านผืนป่าเต็มไปด้วยเสน่ห์ สะท้อนถึงภาพเหล่าปราสาทและป้อมปราการ อันเป็นโบราณสถานที่เหลือให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในยุคอัศวิน ซึ่งสิ้นสุดลงแล้วโดยสิ้นเชิง ณ แก่ง St. John โมลดาวเพิ่มความรุนแรงและเร็วขึ้นเป็นลำดับ กระแทกโขดหินปรากฏเป็นฟองคลื่น และในที่สุดก็ไหลมายังบริเวณอันกว้างใหญ่ ทำให้กระแสน้ำไหลอย่างสงบผ่านกรุงปราก โดยมีปราสาท Vysehrad ตั้งตระหง่านราวกับผู้กล่าวต้อนรับเชื้อเชิญโมลดาว แม่น้ำโมลดาวไหลผ่านกรุงปรากและลับตาไปในที่สุด มุ่งสู่แม่น้ำเอลเบ (ณรุทธ์ สุทธจิตต์, 2546: ?)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;จินตนาการที่เกิดจากความสุนทรีย์ในการฟังเพลง&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;นาทีที่ 00.00 ลำธารเล็ก ๆ น้ำไหลรินเอื่อย ๆ&lt;br /&gt;นาทีที่ 01.06 ลำธารสองสายไหลมาบรรจบกันกลายเป็นแม่น้ำโมลดาว&lt;br /&gt;นาทีที่ 03.03 การเป่าแตรล่าสัตว์ของนายพราน&lt;br /&gt;นาทีที่ 04.05 งานรื่นเริงแบบชาวบ้าน (สไตล์บ้านนอก)&lt;br /&gt;นาทีที่ 05.30 ค่ำคืนที่เงียบสงบ มีภูตน้ำออกมาเล่นน้ำกัน (คล้าย ๆ กินรี) เสียง Harp แทนอาการกวักน้ำเล่นของภูตน้ำ&lt;br /&gt;นาทีที่ 08.07 กลับมาสู่แม่น้ำโมลดาว ๆ ค่อย ๆ ไหลแรงขึ้น&lt;br /&gt;นาทีที่ 09.13 จนมาถึงแก่ง ๆ หนึ่ง กระเสน้ำเชี่ยวกราก มีความรุนแรงมาก&lt;br /&gt;นาทีที่ 10.35 ความยิ่งใหญ่ของเมืองที่แม่น้ำโมลดาวไหลผ่าน เมืองนี้เต็มไปด้วยความปลื้มปิติยินดี&lt;br /&gt;นาทีที่ 11.57 แม่น้ำโมลดาวค่อย ๆ หายลับตาไปในที่สุด&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="font-family:Trebuchet MS;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Trebuchet MS;"&gt;โหลด &lt;a href="http://www.ziddu.com/download/4112865/09TheMoldau_B.Smetana.mp3.html"&gt;The Moldau &lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1818209221017894828-7475706859239831892?l=musichang.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://musichang.blogspot.com/feeds/7475706859239831892/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://musichang.blogspot.com/2009/04/moldau-by-smetana.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1818209221017894828/posts/default/7475706859239831892'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1818209221017894828/posts/default/7475706859239831892'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://musichang.blogspot.com/2009/04/moldau-by-smetana.html' title='สุนทรียะ - การเข้าถึงบทเพลง ตามแนวคิดของจอห์น ดิวอี้'/><author><name>musichang</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02366450351798854705</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_akWj_HTHWPs/SdOp-97qizI/AAAAAAAAAAM/R3dtALdGefg/S220/IMG0994A.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1818209221017894828.post-8362689617106791404</id><published>2009-04-01T12:00:00.000-07:00</published><updated>2009-04-03T10:08:01.804-07:00</updated><title type='text'>มยุราภิรมย์ (second test)</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เพลงมยุราภิรมย์เป็นหนึ่งในชุดเพลงระบำสัตว์ที่ครูมนตรี ตราโมท ได้ประพันธ์ไว้ ประกอบไปด้วยส่วนที่เป็นเพลงช้า(สองชั้น)และเพลงเร็ว(ชั้นเดียว) ทำนองเพลงแสดงอาการของนกยูงที่กำลังรำแพนหาง&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5320403262092050338" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_akWj_HTHWPs/SdXelALTf6I/AAAAAAAAABo/IFRZ4hX2mRU/s320/peacock.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="center"&gt;ที่มา: &lt;a href="http://siriluck.wordpress.com/"&gt;http://siriluck.wordpress.com/&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;วิเคราะห์&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;สองชั้น มีความยาว ๑๒ บรรทัด&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ชั้นเดียว มี ๒ ท่อน ท่อน ๆ ละ ๒ บรรทัด &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เป็นเพลงที่มีสำเนียงเขมร คือมีสำนวนที่หวาน มีการวกไปวนมาของทำนอง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;สงสัย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ว่า ๒ ชั้นนั้น จังหวะหน้าทับเป็นหน้าทับลาวหรือหน้าทับสองไม้กันแน่ และชั้นเดียวเป็นสองไม้หรือปรบไก่&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Verdana;"&gt;ยังวิเคราะห์ไม่เสร็จนะครับ แต่เอามาลงไว้ก่อน  ใครทราบอะไรก็ช่วยกันหน่อยนะ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;โหลด &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;a href="http://www.ziddu.com/download/4109801/Mayurapirom.mp3.html"&gt;มยุราภิรมย์ประกอบละครสี่แผ่นดิน&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Verdana;"&gt;&lt;a href="http://www.ziddu.com/download/4138730/Mayurapiromviolin.mp3.html"&gt;มยุราภิรมย์ ไวโอลิน&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Verdana;"&gt;&lt;a href="http://www.ziddu.com/download/4138668/MayurapiromJakha.mp3.html"&gt;มยุราภิรมย์ จะเข้&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Verdana;"&gt;&lt;a href="http://www.ziddu.com/download/4138731/MayurapiromKhim.mp3.html"&gt;มยุราภิรมย์ ขิม&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1818209221017894828-8362689617106791404?l=musichang.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://musichang.blogspot.com/feeds/8362689617106791404/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://musichang.blogspot.com/2009/04/second-test.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1818209221017894828/posts/default/8362689617106791404'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1818209221017894828/posts/default/8362689617106791404'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://musichang.blogspot.com/2009/04/second-test.html' title='มยุราภิรมย์ (second test)'/><author><name>musichang</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02366450351798854705</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_akWj_HTHWPs/SdOp-97qizI/AAAAAAAAAAM/R3dtALdGefg/S220/IMG0994A.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_akWj_HTHWPs/SdXelALTf6I/AAAAAAAAABo/IFRZ4hX2mRU/s72-c/peacock.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1818209221017894828.post-3994109560978620070</id><published>2009-04-01T04:59:00.000-07:00</published><updated>2009-05-06T22:38:53.741-07:00</updated><title type='text'>ทำความเข้าใจกับบล๊อก</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;เราต้องการให้บล๊อกนี้เป็นบล๊อกที่แสดงความคิดเห็นหรือแลกแปลี่ยนความรู้ทางดนตรี &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;ในภายภาคหน้าผู้จัดทำจะจัดทำลิงค์ไว้ให้สามารถโหลดดนตรีได้ หากผู้ที่เข้ามา ต้องการสิ่งใดสามารถแสดงความคิดเห็นได้ เรายินดีปรับปรุง แก้ไข เพื่อเป็นให้บล๊อกเป็นที่นิยมของท่าน&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1818209221017894828-3994109560978620070?l=musichang.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://musichang.blogspot.com/feeds/3994109560978620070/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://musichang.blogspot.com/2009/04/test-1st.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1818209221017894828/posts/default/3994109560978620070'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1818209221017894828/posts/default/3994109560978620070'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://musichang.blogspot.com/2009/04/test-1st.html' title='ทำความเข้าใจกับบล๊อก'/><author><name>musichang</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02366450351798854705</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_akWj_HTHWPs/SdOp-97qizI/AAAAAAAAAAM/R3dtALdGefg/S220/IMG0994A.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
